วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

                       ความหวังของพ่อแม่

พ่อแม่ทุกคนที่เลี้ยงลูกมา ไม่เคยต้องการอะไรจากลูก ขอเพียงให้ลูกเป็นคนดี ประสบความสำเร็จในชีวิตพ่อแม่ก็มีความสุขแล้ว

พ่อแม่เลี้ยงลูกทุกคนมา ไม่เคยต้องการอะไรจากลูก เป็นหัวใจบริสุทธิ์ เสียสละ และมีแต่ให้ เพียงต้องการเห็นลูกได้ดี มีความสุขเท่านั้น...พอใจแล้ว

เมื่อลูกๆโตกันหมดแล้ว พ่อแม่ก็เริ่มแก่ชรา ในช่วงนี้พ่อแม่แอบหวังลึกๆไว้ในใจ ๓ ประการ คือ....

ความหวังของพ่อแม่

ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้

ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา

เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา

หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ ฯ

หวังที่ ๑ ยามแก่เฒ่า...หวังเจ้า...เฝ้ารับใช้

ตอนที่ท่านยังหนุ่มยังสาวสามารถทำงานได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่..พอแก่ เคยพายเรือขายขนมเคยหาบขนมขาย ทำไม่ไหวแล้ว แขนขาก็อ่อนกำลัง ใช้งานไม่ค่อยได้ ขึ้นบันไดก็ตกบันได อาบน้ำก็ล้มในห้องน้ำ เดินก็เซ ช่วยตัวเองไม่ได้ พอพึ่งใคร?...

หวังพึ่ง........ลูก ลูกที่เราเคยเลี้ยง เคยทะนุถนอม เคยเหน็ดเหนื่อย จนได้ดิบได้ดีในวันนี้ หวังให้ลูกมาช่วยประคับประคองดูแล หาอาหารให้กิน เตรียมที่ให้นอน ประคองขึ้นลงบันได คนอื่นเขาเป็นคนไกล ใครเขาจะมาดูแลให้ ก็หวังแต่ลูกในไส้จะแทนคุณ รอลูกยอดกตัญญูมาดูแล มีลูก ๕ คน มาดูแลแค่คนเดียวก็พอแล้ว อีก ๔ คนไม่มา....ไม่เป็นไร

หวังที่ ๒ ยามป่วยไข้...หวังเจ้า...เฝ้ารักษา

คนเราทุกคนต้องป่วย แล้วพ่อแม่ที่แก่เฒ่าแล้ว เวลาเจ็บป่วย ใครเขาจะดูแล ใครจะพาไปหาหมอใครจะพาไปโรงพยาบาล ใครจะป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนยา คนแก่เวลาเจ็บป่วยนี่ พึ่งตัวเองไม่ได้ ขนาดมียา มีข้าวอยู่ใกล้ๆ ยังหยิบใส่ปากเองไม่ได้เลย ต้องรอให้คนเอายา เอาน้ำ ใส่ปากให้ ใคร จะทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด ถ้าไม่ใช่ลูก....?

พยาบาลเขาเป็นคนอื่น เขาก็แค่มาดูร่างกายตามหน้าที่ แล้วใคร...จะเป็นคนมาดูใจของพ่อแม่?เราต้องเสียสละเวลามาทำหน้าที่นี้ ถึงจะมาไม่ตลอดก็ขอให้โทรสอบถามอาการอยู่เสมอ ให้นึกถึงตอนที่เราเป็นเด็ก เราป่วยแล้วเราช่วยตัวเองไม่ได้ ใครเป็นคนป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนยา และดูแลจิตใจเรา กอดเรา ปลอบโยนเรา ตอนเจ็บป่วยเป็นช่วงที่จิตใจ กำลังแย่ที่สุด

แค่เห็นหน้าลูกมาเยี่ยม.. แม่ก็ชื่นใจแล้ว อาการเจ็บป่วยหายไปครึ่งหนึ่ง ถ้าลูกมาเฝ้าไข้..ดูแลใกล้ชิด แม่ก็ปลื้มใจ..ภูมิใจ หายป่วยเร็วขึ้น “ ลูกกตัญญูรักษาไข้ใจแม่ได้ ”

ต่อท้าย #1 10 มิ.ย. 2553, 22:14:06
หวังที่ ๓ เมื่อถึงยาม...ต้องตาย...วายชีวา...หวังลูกช่วย...ปิดตา...เมื่อสิ้นใจ

นาทีใกล้ตายคือนาทีสำคัญที่สุด ลูกคนไหนบกพร่อง..ไม่แสดงความกตัญญูในนาทีนี้ ก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว..ตลอดชีวิต ลูกคนนั้นขาดนาทีทอง..ที่จะทำให้แม่ชื่นใจ ขาดนาที
ทอง..ที่จะทำให้ตัวเองภูมิใจ

ตอนที่พ่อแม่อาการหนัก พี่น้องจะโทรศัพท์ โทรเลข บอกให้ทุกคนมารวมกัน เพื่ออยู่พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่จะได้ชื่นใจ แม่จะถามเสมอว่า ลูกคนนั้นยังไม่มาหรือ ลูกคนนี้ยังไม่มาหรือ ใกล้จะขาดใจ ยังสอนลูกอีกว่า ให้ลูกทุกคนรักกัน พอทุกคนรับปาก แม่ก็ชื่นใจ... หลับตา.... จากไปอย่างสงบ

นาทีใกล้ตาย เป็นนาทีสำคัญที่สุด พระพุทธเจ้าตรัสบอกไว้ว่า จิตที่กำลังจะจากไป ถ้ามีใครมาประคับประคอง ให้พ่อแม่มีจิตเป็นกุศล เอิบอิ่ม ชุ่มชื่น สบายใจ อยู่กับบุญกุศล อยู่กับความกตัญญูของลูกๆ จิตของพ่อแม่ขณะนั้นจะไปสู่สุคติ บาปไม่มีโอกาสมารั้ง บุญดึงไปก่อน นาทีที่สำคัญที่สุดนี้ ต้องคิดว่า ทำอย่างไรถึงจะให้พ่อแม่มีบุญ ประทับใจก่อนตาย บางคนนิมนต์หลวงพ่อ..พระครู..หรือท่านเจ้าคุณที่พ่อแม่รู้จักศรัทธามาให้แม่ กราบ พอเห็นหลวงพ่อ เห็นพระครู มาเยี่ยม แม่ก็ชื่นใจ เอาผ้าสบงใส่มือแม่ ยกมือแม่พนม ให้แม่ตั้งจิตอธิษฐาน แล้วนำท่านกล่าวถวายสังฆทาน ภาพนี้จะติดตาพ่อแม่ไปยังโลกหน้า
หมดเรี่ยวหมดแรงแล้วนี่จะ

                          หน้าที่ของลูกที่ดีที่ควรทํา
พ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณอย่างที่สุดของลูก นับตั้งแต่เป็นต้นแบบที่ดีของลูก คือเป็นผู้ให้รูปร่างมนุษย์ที่เหมาะสมในการสร้างความดีทุกรูปแบบ ดังนั้นแม้พ่อแม่จะไม่เลี้ยงดูบุตรก็ได้ชื่อว่ามีพระคุณอยู่แล้ว และถ้าท่านเลี้ยงดู ทำหน้าที่ของพ่อแม่ดีที่สุดอย่างสมบูรณ์แบบ พระคุณของท่านก็จะยิ่งมากมายสุดจะนับจะประมาณได้

พ่อแม่เป็นผู้ให้อภัยแก่ลูกอยู่เสมอ ไม่ผูกโกรธ แม้จะดุด่าว่ากล่าวหรือเฆี่ยนตีลูกบ้าง ก็เป็นเพราะความรัก ความห่วงใย ต้องการสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี ทุกครั้งที่ไม้เรียวกระทบเนื้อลูก เชื่อเถอะว่ามันเหมือนมีมีดกรีดลงบนหัวใจของพ่อแม่ด้วย ในโลกนี้ไม่มีใครที่รักลูก เป็นมิตรแท้ต่อลูกเหมือนพ่อแม่ เพราะท่านคิดแต่จะให้เพียงอย่างเดียว ลูกๆ ไม่ต้องหวาดระแวงเลยว่าพ่อแม่จะทรยศหักหลังเหมือนคนอื่น

พระคุณของพ่อแม่มีมากมายเกินกว่าจะตอบแทนได้หมด ลูกที่ดีต้องสำนึกในพระคุณของพ่อแม่ให้เปี่ยมล้นในใจอยู่เสมอ ปฏิบัติต่อท่านให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ท่านเป็นพระในบ้าน หน้าที่ของลูกที่ควรปฏิบัติต่อพ่อแม่ กล่าวโดยย่อ คือ
๑. คอยดูแลท่านให้ดีตั้งแต่เรื่องอาหารเสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยามเจ็บป่วยก็ช่วยพยาบาลรักษาให้ดีที่สุด ทำให้สม่ำเสมอตราบจนวาระสุดท้ายของท่าน
๒. ประพฤติตนเป็นคนดี สร้างชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูลให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ
๓. ประพฤติตนให้เหมาะสมกับการที่จะเป็นผู้รับมรดก
๔. ทำกิจการงานแทนท่านไม่ให้บกพร่อง
๕. ชักชวนหรืออำนวยความสะดวก สนับสนุนให้ท่านได้มีโอกาสทำทานรักษาศีล เจริญภาวนาจะได้เป็นบุญติดตัวท่านไปในภพเบื้องหน้า เป็นการถากถางทางไปสู่พระนิพพานของท่านเอง หน้าที่นี้เป็นหน้าที่สำคัญที่สุดที่ลูกทุกคนต้องปฏิบัติต่อพ่อแม่ แม้ที่สุดเมื่อท่านละโลกไปแล้วก็ต้องทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้ท่านอย่างสม่ำเสมออีกงบหนึ่งด้วย

                             เมนูเด็ด...ได้สุขภาพ & ต้านโรคสําหรับเด็ก


 เมนูเด็ดวันนี้ขอเสนอ เมนูที่กินแล้วช่วยให้เจ้าหนูสุขภาพดี แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันร่างกายเพิ่มขึ้น และขาดเสียมิได้คือ อร่อยมาก ๆ ด้วยนะคะ

อาหารเด็ก
ซูเปอร์เครปรวมพลัง

 ส่วนผสม

        แป้งสาลี 3 ถ้วย

        ไข่ไก่ 2 ฟอง

        นมสด 1 ถ้วย

        วนิลา 1 ช้อนชา

        เกลือ ½ ช้อนชา

        น้ำมันพืช 1 ช้อนชา

        ฟักทองลวกหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย

        มะเขือเทศหั่นเต๋า 1 ถ้วย

        แฮม 2-3 แผ่น

        มายองเนส 1 ถ้วย

        ผักกาดหอม 2 ต้น
 
วิธีทำ

         1.ตอกไข่ไก่ลงในถ้วย โดยใช้ทั้งไข่แดงและไข่ขาว ใส่วนิลา เกลือ ตีให้เข้ากัน

         2.ใส่แป้งสาลี นมสด ตีจนแป้งละลายแตกเม็ดละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน

         3.ตั้งกระทะพอร้อนใส่น้ำมัน เทแป้งลงตรงกลาง ใช้ไม้พายปาดแป้งเครปหมุนรอบเป็นวง 2-3 จนแป้งเป็นวงสวยงาม รอจนแป้งเริ่มสุก ใส่ฟักทอง มะเขือเทศ ผักกาด แฮม ราดด้วยมายองเนแล้วค่อย ๆ ร่อนแป้งพับเข้ามาประกบกัน
ตักใส่จานพร้อมรอชิมแล้วค่ะ

อาหารเด็ก

สเต็กกุ๊กไก่

 ส่วนผสม
        เนื้อสันในไก่ 1 ชิ้น

        หน่อไม้ฝรั่งลวกสุกหั่นท่อน ½ ถ้วย

        เลมอนหั่นแว่น 2-3 ชิ้น

        ซีอิ๊วญี่ปุ่น (โชยุ) 1 ช้อนโต๊ะ

        น้ำมันพืช 1 ถ้วย

 วิธีทำ

         1.หมักเนื้อไก่กับซีอิ๊วญี่ปุ่นทิ้งไว้ 15-30 นาที จากนั้น นำไปทอดด้วยไฟปานกลางจนเนื้อไก่เหลืองสุก ตักใส่จาน พักไว้

         2.ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย จากนั้น ใส่หน่อไม้ฝรั่ง เลมอน เหยาะซีอิ๊วเล็กน้อยผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานเคียงกับสเต็กไก่ พร้อมเสิร์ฟค่ะ

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ดอกไม้ไทย

สาระน่ารู้กับดอกไม้ไทย


ดอกไม้ไทย
ดอกไม้กับมนุษย์มีความเกี่ยวเนื่องกันมาโดยตลอด สำหรับคนไทยดอกไม้มีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่มาก
ทั้ง ด้านศาสนา พิธีการต่างๆ เพื่อการสักการะบูชาสิ่งที่ตนเคารพ รวมทั้งการนำดอกไม้มาประดับตกแต่งภายในบ้าน สร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ สบายใจ ความสดชื่น และความประทับใจต่อผู้มาเยือน รวมทั้งมีการนำดอกไม้ไปผสานกับวรรณกรรมต่างๆ จนขาดเสียมิได้ ไม่ว่าจะเป็นการชมพฤกษา การเปรียบเปรยตัวละครเอกด้วยชื่อดอกไม้ที่น่าทนุทะนอม ประเทศไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางภูมิประเทศ ภูมิศาสตร์อันเหมาะในการเพาะปลูก ส่งผลให้มีพันธุ์ดอกไม้ต่างๆ มากมาย แต่อย่างไรก็ตามคนไทยในปัจจุบันนับว่าห่างจากธรรมชาติมาขึ้น เด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้จักชื่อ หรือพันธุ์ดอกไม้ที่เปรียบเสมือนวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย เนื้อหาในส่วนนี้ ขอนำเสนอดอกไม้ไทย ที่ควรค่าต่อการศึกษากับทุกคนตลอดไป
ดอกไม้ไทย - เอื้องผึ้งเอื้อง ผึ้งเป็นกล้วยไม้ในตระกูลหวาย มีดอกเป็นช่อโค้งยาวสีเหลืองทอง โดยจะออกรอบก้านช่อประมาณเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ชอบยึดเกาะคาคบไม้ในที่โล่งและชื้น ช่อดอกที่ร้อยเรียงบนแกนกลาง และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ บ่งบอกถึงความมั่งมีทางทรัพย์สิน ที่จะทวีขึ้นอย่างต่อเนื่องและตลอดไป


ดอกไม้ไทย - เขี้ยวกระจงเขี้ยว กระจง หรือชื่อท้องถิ่นว่า คัดเค้าหนู, ลิเถื่อน มีช่อดอกสีขาวออกเป็นช่อกระจุกที่ปลาย หรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง โดยจะส่งกลิ่นตอนช่วงเย็น และหอมแรงมากขึ้นในช่วงกลางคืน ด้วยความที่เติบโตช้า เขี้ยวกระจงจึงเป็นเครื่องหมายแสดงความอดทน และทนทานของทั้งตัวต้นไม้และเจ้าของผู้ปลูกเลี้ยง


ดอกไม้ไทย - เดหลีเด หลี ลำต้นฝังเป็นเหง้าอยู่ในดิน ก่อนจะแตกขึ้นมาเป็นกอด้านบน มีดอกเป็นจานสีขาวเพียงอันเดียวและมีแกนเกสรตั้งอยู่ตรงกลางเรียกว่า ปลี ชอบที่ร่มเงาหรือมีแสงน้อย จุดเด่นตรงดอกเดี่ยวซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัว สามารถสะท้อนถึงตัวเจ้าของที่มีความเด็ดขาด ซ่อนอยู่เบื้องหล้งภาพแห่งความนุ่มนวลได้อย่างชัดเจน



ดอกไม้ไทย - บัวหลวงบัวหลวง เป็นไม้น้ำ มีเหง้าฝังตัวอยู่ในโคลนเลนหรือใต้ดิน ส่วนดอกนั้นมีสีขาวหรือสีชมพูชูขี้นเหนือน้ำเป็นดอกไม้ในทางพุทธศาสนา ที่สะท้อนถึงคติธรรมเกี่ยวกับการจำแนกมนุษย์ ตามความรู้แจ้งเห็นจริง

ดอกไม้ไทย - บานบุรีหอมบานบุรี หอม (บานบุรีแสด) เป็นไม้เถา ส่วนเปลือกมีสีเทา จุดเด่นคงอยู่ตรงดอกสีเหลืองอมแสด ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีกลิ่นหอมแรงในช่วงเช้า ความสะพรั่งของดอกที่มี 4-9 ดอกในแต่ละช่อ แถมยังบานไม้พร้อมกัน สื่อความหมายถึงการทำงานอย่างมีแบบแผน ถึงจะไปถึงความสำเร็จ


ดอกไม้ไทย - นมดำเรีย (โฮยา)นม ดำเรีย (โฮยา) เป็นไม้เถาอิงอาศัยขนาดเล็ก ช่อดอกสีขาว กลีบดอกแยกออกเป็น 5 แฉก โดยโคนจะมีสีม่วงแดง ให้กลิ่นหอมเย็นและบานอยู่ได้หลายวัน ด้วยความเจริญเติมโตอย่างว่องไว แถมแต่ละช่อยังประกอบด้วยดอกเล็กๆ มากมาย จึงกล่ายเป็นพันธุ์ไม้ดอกที่เสริมอำนาจวาสนา และให้บริวารยำเกรง